ต้นไม้

กะเพรา ที่มาพืชศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย พร้อมเคล็ดลับปลูกให้อายุยืน !

กะเพรา ที่มาพืชศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย พร้อมเคล็ดลับปลูกให้อายุยืน

กะเพรา (Holy basil) ต้นกะเพรา เป็นพืชผักที่จัดอยู่ในประเภทสมุนไพรไทย เป็นพืชล้มลุก เจริญเติบโตได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทาน หรือใช้ประโยชน์จากกะเพรา กระเพราเป็นทรงพุ่มไม้ นิยมปลูกเป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่น ซึ่งกะเพรามี ทั้งหมด 3 สายพันธุ์ คือ กะเพราขาว กะเพราแดง และกะเพราผสม ผู้คนนิยมนำกะเพราแดงมารับประทานมากกว่ากะเพราสายพันธุ์อื่น เนื่องจากกะเพราแดงจะมีกลิ่นที่แรงกว่าและเผ็ดร้อนกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เมนูที่คนไทยรู้จักกันโดยทั่วไปก็คือ การนำกะเพรามาผัดเป็นเมนูผัดกะเพรา เช่น กะเพราหมู กะเพราหมูกรอบ กะเพราไก่ เป็นต้น

กะเพรา จัดเป็นพืชเก่าแก่ บางรายสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียหลายพันปีที่แล้ว โดยในวัฒนธรรมแบบฮินดูจะถือว่ากะเพราเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาในศาสนาฮินดูแถบประเทศอินเดียและเนปาล ตัวอย่างหนึ่งคือในเอกสารคัมภีร์ปุราณะ (Purana) ส่วน “เทวีภาควัต” (Devi-Bhagavata Purana) ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวฮินดู กะเพราเป็นร่างอวตารร่างหนึ่งของพระนางลักษมี ผู้เป็นพระชายาของพระวิษณุ ซึ่งพระวิษณุถือว่าเป็นหนึ่งในองค์เทพสูงสุดของศาสนาฮินดู ดังนั้นชาวฮินดูจึงถือว่ากะเพราเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์และมักนำไปใช้ในเชิงพิธีกรรมหรือในเชิงสมุนไพรมากกว่า ไม่ได้นิยมนำมาใช้รับประทานกัน 

ส่วนประกอบของต้น กะเพรา

ลำต้น

เป็นเนื้อไม้ที่ค่อนข้างแข็ง บริเวณลำต้นมีขนยาวตลอดทั่วลำต้น เป็นลำต้นเดี่ยว มีรูปร่างกลม ทรงกระบอกยาว สามารถแตกกิ่งก้านสาขาได้เยอะ ลำต้นมีสีเขียวอมน้ำตาล ซึ่งสีเข้มอ่อนจะขึ้นอยู่กับอายุของกะเพรา 

ราก

ต้นกะเพราเป็นระบบรากแก้ว ซึ่งเป็นรากหลักในการเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ขนาดใหญ่และยาว สามารถมีรากอื่นๆที่แตกแขนงออกจากรากแก้วได้ด้วย สามารถแทงลึกลงไปในดินได้ ซึ่งรากของต้นกระเพรานั้นมีลักษณะกลมเล็ก รากจะมีสีน้ำตาล และมีกลิ่นที่เฉพาะตัวและเป็นเอกลักษณ์ของกระเพราเองโดยตรง

ใบ

ใบกะเพราเป็นใบเดี่ยว ซึ่งคนนิยมเรียก กะเพรา /ใบกะเพรา จะเจริญเติบโตหรือแตกออกในฝั่งตรงกันข้าม ลักษณะของใบจะมีรูปร่างเป็นทรงรีเล็กๆ รอบขอบใบจะเป็นรอยหยักเล็กๆ ซึ่งสีของต้นกะเพราจะมี สีเขียว สีเขียวอมน้ำตาล สี น้ำตาลอมแดง หรือสีแดง โดยจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของกะเพรา ใบจะมีความบอบบาง ช้ำได้ง่ายและเหี่ยวง่าย มีกลิ่นที่เฉพาะเป็นของมันเอง มีรสชาติที่เผ็ดร้อน นิยมนำมาประกอบอาหาร ในแต่ละใบจะมีก้านใบที่ยาวมารองรับในแต่ละใบด้วย ใบกะเพราด้านบนจะมีสีที่เข้มกว่าด้านล่าง 

ดอก

ต้นกะเพราจะออกดอกเป็นช่อกระจุกอยู่รวมกัน ซึ่งหลายๆคนมักจะบอกว่าดอกของกะเพราคล้ายกับฉัตร ดอกจะออกในบริเวณปลายยอดของก้านช่อและปลายกิ่ง ดอกจะมีลักษณะคล้ายระฆัง แต่มีขนาดเล็ก มีดอกเล็กที่ย่อยอีก

เมล็ด 

เมล็ดของต้นกะเพราจะอยู่ในกลีบเลี้ยงของต้น โดยจะถูกห่อหุ้มไว้อยู่ภายใน เมล็ดกะเพราเมื่อแก่หรือแห้งจะกลายเป็นสีดำ เมื่อนำไปแช่น้ำ เปลือกที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้จะพองออกเป็นเมือก

ผล

มีรูปร่างลักษณะคล้ายไข่ที่มีขนาดเล็กๆ เมื่อผลของต้นกระเพราแก่ลงหรือแห้งจะแตกออกและมีเมล็ดเล็กๆ ปริมาณมากซึ่งสีมีดำ

วิธีการปลูกและดูแลรักษา

เนื่องจากกะเพราเป็นต้นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท แต่มักจะชอบดินปนทรายที่มีลักษณะร่วนๆ ดังนั้นจึงมีการปลูกด้วยกัน 2 วิธี คือ ปลูกด้วยเมล็ดและปลูกด้วยการใช้กิ่งชำ ซึ่งการปลูกด้วยเมล็ดในการเพาะต้นกล้า 1 เดือน แล้วทำการย้ายการปลูก และการปลูกด้วยใช้กิ่งชำนำมาปลูกในแปรงที่ต้องการจะปลูก ระยะห่างพอสมควร แล้วทำการปักชำที่กิ่ง

หลังจากนั้นจะต้องดูแลรักษา โดยการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะกะเพราชอบน้ำ พื้นที่ต้องโดนแดดตลอด เพราะกะเพราชอบแสงแดด สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป เก็บได้ทุกๆ 20-30 วัน ซึ่งกะเพรามีอายุได้หลายปีมาก การเก็บเกี่ยวสามารถเด็ดยอดอ่อนด้วยมือหรือกรรไกรตัดกิ่ง จากนั้นนำมาใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ เพื่อป้องกันการเหี่ยวและช้ำ

การแกล้งกะเพรานี้ เป็นวิธีที่ถูกเผยแพร่จาก เกษตรกรสวนกะเพราผู้มากประสบการณ์และได้รับการเผยแพร่จาก อาจารย์กมล สุวุฒโท อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยได้เปิดเผยว่าทุกๆเช้าให้เราเด็ดยอดอ่อนของใบกะเพราทุกวัน โดยเด็ดยอดที่เป็นดอกเท่านั้นนะคะ เพื่อไม่ให้ออกดอกได้ เพราะเจ้าดอกกะเพรานี่หละ เป็นการกระบวนการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของมัน

และถ้าเมื่อกะเพราออกดอกเมื่อไหร่ต้นจะเหี่ยวเฉาและหมดอายุในที่สุด ดังนั้น ถ้าเราหมั่นเด็ดดอกกะเพราออกทุกวัน ต้นกะเพราก็จะเข้าใจว่าไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้อีก ทำให้ต้องรีบแตกหน่อ ออกดอก ออกใบให้เยอะขึ้น เป็นการแกล้งให้กะเพราเข้าใจผิด ( เข้าใจผิดว่าตัวเองจะสูญพันธุ์ต้องรีบ ออกดอก ออกลูก มาเพิ่มเยอะๆ )

ประโยชน์ของกะเพรา

กะเพราเป็นสมุนไพรที่คนนิยมนำมารับประทานเพื่อรักษาหรือบรรเทาโรคต่างๆ ซึ่งกะเพรามีสรรพคุณ(กะเพรา/ใบกะเพรา) มากมาย เช่น ช่วยลดอาการแน่นท้องหรือจุกเสียดบริเวณหน้าอก ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงรักษาหลอดลมอักเสบให้หายดีขึ้น รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ไตอักเสบ รักษาโรคเบาหวาน ลดไขมันในเส้นเลือด ขับน้ำนมให้คุณแม่ เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับลม แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ขับเหงื่อ แก้บิด บำรุงธาตุ  เป็นต้น

เนื่องจากกะเพราอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารต่างๆมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินB1 วิตามินB2 วิตามินB3 วิตามินB5 วิตามินB6 วิตามินB9 นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม โซเดียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เบต้าแคโรทีน อีกด้วย ซึ่งนิยมยำมารับประทานทั้งสดและผ่านการแปรรูปแล้ว กะเพรานอกจากจะสามารถรับประทาน เพื่อบรรเทาอาการต่างๆแล้วนั้น ยังสามารถใช้เป็นยารักษาภายนอกได้อีกด้วย เช่น เป็นยากันยุง โดยการนำใบกะเพรามาตำหรือบดให้เกิดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

และเฉพาะตัวออกมา ช่วยไล่ยุงไม่ให้เข้ามากัดเราอีกด้วย หรือการนำเมล็ดไปแช่น้ำเพื่อให้พองตัวเป็นเมือก จากนั้นนำมาพอกบริเวณตา เป็นการทำให้ตาของเราไม่ช้ำ เมื่อตาของเราโดนผงหรือฝุ่นละอองเข้าไปในตา สร้างผลิตภัณฑ์จากกะเพรา โดยใช้ใบและกิ่งที่สดของกะเพรามาทำเป็นน้ำมันหอมระเหย โดยผ่านกรรมวิธีในการต้มกลั่น หรือ Hydrodistillation ซึ่งสามารถสร้างรายได้ถึง 10,000 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว เนื่องจากกะเพรามีกลิ่นที่เฉพาะและเป็นเอกลักษณ์มาก Ufabet เว็บหลัก Ufabet

Credit fishingmixs.com goodplantskapook.com takipcisanati.com commentsmoives.com IskenderunEscort.biz